2007/Dec/26

สวัสดีค่ะมิตรรักนักอ่าน...ที่มีอยู่ไม่ถึงสิบท่าน =w=

ทั้งที่ตั้งใจว่าจะต้องอัพเดททุกสัปดาห์แท้ๆ แต่ช่วงเดือนที่แล้วค่อนข้างจะยุ่งพอดูเลยเพิ่งจะได้มาอัพเดทนี่ล่ะค่ะ

ช่วงนี้จนถึงวันที่ 7 เดือนหน้าเป็นวันหยุดยาวที่ทางมหาลัยเรียกว่า Winter Break

เห็นว่าที่หยุดยาวช่วงคริสมาสต์นี้ก็เพื่อให้นักศึกษาต่างชาติกลับไปเยี่ยมครอบครัวในช่วงคริสต์มาสกับปีใหม่ได้

สำหรับคนที่กะกลับบ้านทีเดียวตอนปิดเทอมเลยอย่างเจล ช่วงเวลานี้ก็คือเวลาจำศีลดีๆนี่เอง กิน นอน เล่น อ่านหนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) และแน่นอนว่ามีชั่วโมงเล่นนิโก้นิโก้เพิ่ม เย้

แต่วินเตอร์เบรกปีนี้ยังดีกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วนี่เรียกว่าแทบจะไม่ออกจากห้องเลย ใช้หม้อหุงข้าวทำกับข้าวในห้อง เช็ดตัว สองวันออกมาอาบน้ำที ก็มันหนาวไม่ไหวแล้ว... ปีนี้ดีหน่อย ได้ย้ายมาอยู่ตึกที่ไม่ค่อยโดนลมเลยไม่หนาวเท่าไหร่ งานดูแลหอก็บังคับให้เราออกมานั่งเล่นที่ห้องครัวคุยกับลูกหอ เดี๋ยวเขียนบล็อกเสร็จนี่ก็ว่าจะออกไปทำกับข้าวกับเพื่อนๆสักหน่อย

 เมื่อสองวันก่อน คุณลูกหอชาวเวียดนามคนหนึ่งก็มาแอบบ่นๆว่าทำไมชั้นเราไม่เห็นแต่งห้องนั่งเล่นต้อนรับวันปีใหม่เหมือนชั้นอื่น เจลก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันใกล้จะปีใหม่แล้วนี่นา แต่งซะหน่อยก็น่าจะดี สองคนก็เลยโหนรถเมล์ลงไปร้านหนึ่งร้อยเยน ซื้อพวกสายรุ้งกับพวกของห้อยอย่างถุงเท้า ลูกบอลสีมาอย่างละนิดละหน่อย คุณลูกหอก็รับปากว่าจะมาช่วยแต่ง แต่ที่ไหนได้...พอถึงเวลาจริงๆแม่หนูดันไปปาร์ตี้กับเพื่อนซะได้นี่ คนอื่นๆในชั้นก็ไม่อยู่...ร้างเป็นป่าช้าเลย เจลก็เลยนั่งแต่งอยู่คนเดียว ขนลำโพงไปเปิดเพลงหนูมิกุฟัง...กะซิก ฉลองคริสต์มาสกับหนูมิกุ

วกเข้าหัวข้อบล็อกคราวนี้สักหน่อยค่ะ ตอนที่ไปซื้อของกับคุณลูกหอ พอดีเดินผ่านย่านร้านค้าเก่าของเมือง เห็นมีซุ้มเล็กๆแจกเครื่องดื่มอะไรสักอย่างอยู่ รอบๆมีพวกคุณลุงคุณป้ายืนถือแก้วกระดาษควันพุ่งฉุย เราสองคนเลยลองเดินเข้าไปดู คุณป้าคนหนึ่งก็ตักอะไรสักอย่างร้อนๆจากหม้อใส่แก้วกระดาษให้ หน้าตาเหมือนโจ๊กเหลวๆ หอมกลิ่นขิงอ่อนๆ แต่รสชาตินี่แบบ หวานนนนนนน หวานนนนนนน หวานนนนนนน หวานมากๆ หวานแบบสองจิบแล้วพอเลย (อาจจะเป็นเพราะเจลไม่ค่อยชอบอะไรที่หวานมากๆ) เจลหันไปถามคุณลุงข้างๆว่านี่เค้าเรียกว่าอะไร คุณลุงบอกว่ามันคือ"อามะสาเก" เป็นเครื่องดืมแบบญี่ปุ่นโบราณ ทำจากข้าวหุงสุกหมักด้วยคุณน้องยีสต์โอรีเซ่(อ๊ายยย เราช่างดวงสมพงษ์กับน้องยีสต์จริงๆ) ถึงจะเรียกว่าสาเกแต่แทบไม่มีแอลกฮอล์เลย แถมยังดีต่อสุขภาพอีก อามะสาเกนี่นิยมแจกกันตามถนนในช่วงปีใหม่ค่ะ จะว่าไป เจลก็เคยได้ยินชื่อเจ้าอามะสาเกนี่มาก่อนล่ะ เคยเห็นขายที่ศาลเจ้าเมื่อวันปีใหม่ที่แล้วด้วย แต่เห็นมันเป็นสาเกก็เข้าใจว่าคงมีแอลกฮอล์เลยไม่กล้าลอง ทั้งที่ความจริงก็สงสัยอยู่เหมือนกันเพราะเห็นพวกคุณแม่ซื้อให้คุณลูกเล็กๆดื่มกันเยอะเลย ตอนนั้นในใจคิดว่า หูย...อะไรนี่ คนญี่ปุ่นนี่ซื้อสาเกให้ลูกดื่มกันตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ ถึงจะเป็นเหล้าหวานก็เถอะ ...คุณแม่ชาวญี่ปุ่นคะ เจลขอโทษจริงๆค่ะ >/\<!

-------------------------------------------------------------------

เพลงประจำวัน: Hatsune Miku - Hatsune Miku no Bouzou
Nico Douga ประจำวัน: ボーカロイドにオリ曲を喋ってもらった1 「初音ミクの暴走」 (sm1342044)
ขนมประจำวัน: วุ้นถั่วแดง(โยวคัง)กลิ่นใบเตย ทำเอง
อาหารที่ทานไปวันนี้: ...ส้มกับคุ้กกี้ ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย...
คำพูดประจำวัน: อยากกินพะแนง...

2007/Dec/03

วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ ไม่มีเมนูอะไรมาฝากด้วย ต้องขออภัยนะคะ

อากาศวันนี้ค่อนข้างหนาวมากทีเดียวเลย แต่สาวๆที่นี่ก็ยังใส่สั้นกันได้ใจเหมือนเดิม นอกจากพวกเธอจะกล้าแล้ว พวกเธอยังแกร่งท้าลมฝนอีกด้วยนะ! อีเจลขอซูฮกแล้วใส่กางเกงวอร์ม เสื้อโค้ทเอสกิโมต่อไป...

พูดถึงเรื่องเสื้อโค้ท ถ้าใครยังจำเอนทรี่เก่าๆได้คงจะนึกออกว่าเจลมีเสื้อโค้ทสีดำสนิทอยู่ตัวหนึ่ง ตอนซื้อมายังพูดเล่นๆกับเพื่อนอยู่เลยว่าน่าจะเอาไปใช้คอสเพลย์ได้ วันนี้เอาออกมาใส่ ดูไปดูมาเหมือนเสื้อโค้ทของเฮย์เลยแหะ... อืมม คราวหน้าจะลองแต่งดำทั้งตัวแล้วถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกดู

เอนทรี่คราวที่แล้วมีคุณน้องมารีพลายถามเรื่องAPU...พี่เองก็ไม่ทราบว่าจะแนะนำอย่างไรดีนะคะ เอาเป็นว่า พี่อยากให้น้องจำประโยคพี่ไว้ให้ดีๆ "ถ้าไม่ได้ทุน100%อย่ามา" มหาลัยนี้ไม่ได้ดีเริ่ดขนาดควรจะลงทุนจ่ายเงินมาเรียน ตัวมหาลัยยังใหม่ อาจารย์ที่สอนเก่งๆก็ยังน้อย วิชาการถ้าเทียบกับของไทยแล้วพี่คิดว่าไม่ได้ดีกว่ากันเลย ถ้าน้องคิดในแง่ของมาเรียนแล้วเอาประสบการณ์ อันนี้โอเค เพราะน้องจะได้เพื่อนต่างชาติเยอะมาก และก็ได้ประสบการณ์ในการทำงาน การดูแลตัวเอง ถ้าอยากมาอยู่ที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุด ส่วนตัวแล้วพี่อยากจะให้น้องถามตัวเองก่อนเลยว่า แกร่งพอไหม มีวุฒิภาวะพอที่จะใช้ชีวิตในต่างแดนได้หรือไม่ (หลายๆคนมาแล้วดูแลตัวเองไม่ได้ เดือดร้อนคนอื่นไปทั่ว) สามารถยอมรับกฏระเบียบของสังคมรอบตัวได้ไหม เป็นคนตั้งใจเรียนไหม วิชาการที่นี่ไม่เข้มนัก บางวิชาน้องจะต้องขวนขวายเพิ่มด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ถ้าน้องขาดเพียงข้อใดข้อหนึ่ง พี่คิดว่าไม่คุ้มที่จะมาค่ะเพราะน้องจะไม่ได้อะไรเลย

ตอนนี้พี่ทำงานเป็นผู้ช่วยดูแลหอพัีก(Resident Assistant/RA) ถ้าน้องสอบผ่านแล้วตัดสินใจมาเทอมหน้าก็คงจะเจอพี่อยู่ล่ะค่ะ ถ้าเป็นเด็กดีก็จะช่วยกันเต็มที่ ชอบอยู่แล้วมีน้องชายน้องสาวเนี่ย รุ่นสปริงที่ผ่านมาพี่ก็พาไปทัวร์ พาไปเลี้ยงเค้กกันบ่อยๆหลายคน แต่ถ้าถ้าทำตัวงอแง ไม่เป็นผู้ใหญ่ วีนขอเปลี่ยนห้องกันตั้งแต่วันแรก(อย่างบางคนรุ่นฟอลที่ผ่านมา...)แถมพอเตือนดีๆแล้วสวนพี่กลับแรงๆอีก โดนพี่เทศน์ใส่แน่นอน จะเกลียดไปเลยก็เชิญนะ

ส่วนที่ถามเรื่องสมัครสอบมาที่นี่ อันนี้ไม่ค่อยกล้าออกความเห็นเพราะส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ามันสอบไม่ยากมาก =_=ili ถ้าเทียบกับทุนอื่นๆแล้วค่อนข้างจะง่ายเกินไปด้วยซ้ำ น่าจะหินๆกว่านี้หน่อยคนไทยจะได้ไม่ต้องมากันเยอะ (สามร้อยคน จะเป็นมหาลัยไทยอยู่แล้วเนี่ย) ตั้งใจเขียนเรียงความให้ดีๆละกันค่ะ สำหรับข้อสอบภาษาอังกฤษก็ฝึกทำโทเฟลไป เรียนภาษาญี่ปุ่นเตรียมตัวไว้หน่อยก็ดีนะคะ ส่วนPortfolioอันนี้สำคัญ จัดให้มันเป็นระบบ แบ่งผลงานเป็นหมวดหมู่ มีรูปประกอบแต่พองาม ด้านหน้าทำีลิสต์สรุปกิจกรรมเรียงรายปี พิมพ์ให้เรียบร้อยให้มันดูเป็นผู้ใหญ่หน่อย ไม่ต้องเล่นสีหรือแต่งอะไรให้มันน่ารัก เน้นอ่านง่าย เป็นระเบียบค่ะ

ถ้าน้องมีคำถามอะไรอีก คอมเมนต์ในเอนทรี่นี้เลยค่ะ พี่จะตอบในรีพลายนะ

ไม่อยากให้เมล์เพราะโดนรุมถามกันหลายคนเหลือเกิน...

 -------------------------------------

เพลงประจำวัน: Yu no Hana - Fuyudamari
Nico Douga ประจำวัน: sm1660434 俺は大変な物を拾ってしまった。。。
ขนมประจำวัน: กล้วยหอม (เป็นขนมด้วยเรอะ)
อาหารที่ทานไปวันนี้: ยากิโซบะผัดหม้อหุงข้าว ไก่ย่างทันโดริ ถั่วฝักยาวผัดเต้าหู ไก่ชุบแป้งทอด ข้าว กล้วยหอม สิริรวม 1500 กิโลแคลได้ วันนี้กินเยอะจริงๆ กำลังกายก็ไม่ได้ออก...
คำพูดประจำวัน: (ไม่ได้พูดวันนี้แต่อยากยกมาเล่า ครั้งเมื่อโดนแซวเรื่องชอบการ์ตูน พอโดนแซวว่าคงมีเพลงการ์ตูนแอบเก็บไว้ในเครื่องนิดหน่อยล่ะสิ  ด้วยความรำคาญก็เลยตอบไปตามความเป็นจริงว่า...) "อ้อ ถ้าไม่นับสุนทรากรณ์กับเพลงบรรเลงคลาสสิค ในเครื่องเรามีเพลงอยู่ 8 GB เป็นเพลงการ์ตูนกับเกมส์หมดเลยน่ะ" จบข่าว แต่เจลก็ไม่ใช่โอตาคุนะ!!

edit @ 3 Dec 2007 21:01:54 by Jellyfish Marine

2007/Dec/01

วันนี้ลากสังขารลงไปซื้อของที่ซุเปอร์ตีนเขา ถ้าเทียบกับเมืองไทยคงจะเป็นBig C ความจริงนั่งชั่งใจอยู่นานมากว่าจะลงรึไม่ลงดีเพราะในตู้เย็นก็ยังพอมีผักมีเนื้อไว้ทำกินได้อีกเกือบสัปดาห์ แถมยังไงๆพรุ่งนี้ก็ต้องลงข้างล่างเพื่อสอบวัดระดับอยู่แล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่าข้าวสารกำลังจะหมด เหลือก้นกล่องอยู่ประมาณสามถ้วย(ทานได้สามวัน) เลยตัดสินใจลงไปซื้อดีกว่า เพราะซื้อทีหนึ่งก็ห้ากิโล ถ้าไปซื้อจากร้านไกลๆมันจะแบกกลับมาลำบาก

ตอนแรกตั้งใจว่าจะซื้อเฉพาะของกินเล็กๆน้อยๆ แต่พอดีมีกางเกงวอร์มกับเสื้อกันหนาวลดราคาอยู่ พวกเสื้้ออุ่นๆที่มีอยู่ตอนนี้มันดูโทรมๆไม่น่าใส่ไปเดินในมหาลัยเท่าไหร่แล้วก็เลยซื้อของใหม่มาซะเลยเสื้อสองตัว กางเกงวอร์มหนึ่ง หมดไปประมาณสองพันเยน ส่วนค่ากับข้าวก็หมดไปสี่พันสามร้อยเยนได้ ตอนจ่ายเงินนี่แอบซีดเหมือนกัน ความจริงก็ไม่ได้ซื้อเยอะอะไรแต่แค่ข้าวสารก็ตั้ง1,780เยนแล้ว

 เรื่องดีๆประจำวันนี้ก็คือ หลังจากที่ซื้อของเสร็จแล้วเดินออกไปรอรถกลับขึ้นหอ โชคชะตาก็บันดาลให้ท่านมอนเต้ คาสซิมกับภรรยามาจอดรถอยู่ข้างป้ายรถเมล์พอดี ท่านมอนเต้คนนี้คือผอ.มหาลัยฯของเรา เป็นคนศรีลังกา ใจดี เป็นกันเองกับเ็ด็กมากๆค่ะ บางทีก็จะเห็นมานั่งทานข้าวที่โรงอาหาร(ได้ข่าวว่าชอบไก่ชุบแป้งทอด) ส่วนภรรยาท่านเพิ่งจะเคยพบครั้งแรก ดูจากหน้าตาแล้วคงเป็นฝรั่งสักชาติ ท่านมอนเต้หันมาเห็นเรากับเด็กอีกคนพอดี พอถามได้ความว่าจะกลับขึ้นมหาลัยก็เลยชวนขึ้นรถ จะว่าไปเราเคยเป็นไกด์นำท่านชมย่านน้ำพุร้อนท้องถิ่นแล้วครั้งหนึ่แต่คาดว่าคงจะจำไม่ได้ ก็ไม่แปลกเพราะลุคต่างกันเหลือเกิน...ตอนนั้นใส่ชุดไทยแต่งซะเรียบร้อย วันนี้ใส่กางเกงวอร์ม เสื้อหนาวเอสกิโม ผมยุ่งๆเพราะโดนลมพัด...เซอได้อีก

พอกลับถึงหอ เอาของเก็บเข้าตู้เย็นพลางคิดในใจว่าวันนี้โชคดีซะจริง ได้ติดรถผอ.แถมเซฟค่ารถเมล์ได้อีก ทว่าความสุขนั้นก็อยู่ไม่นาน...เมื่อเจลมาค้นพบว่า สตรอวเบอร์รี่ที่ซื้อมามัน...ขึ้นราเกือบหมดทุกลูกเลย ไอ้หยา...ช็อคไปเลย รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่ามาก ความจริงตอนซื้อก็สงสัยอยู่ว่านี่มันไม่ใช่หน้าสตรอวเบอร์รี่ ไหงมันถึงได้ขายถูกจังหว่า แถมซุเปอร์นี่ก็เก่งจริง ซ่อนด้านที่ขึ้นราไว้ในๆหมดเลย มองจากข้างนอกไม่เห็น...กะซิก 

ทีนี้ปัญหาก็คือจะทำยังไงกับสตรอเบอร์รี่พวกนี้ดี สมองซีกศิลป์ของเรามันกรีดร้องว่า"ซื้อมาตั้งสามร้อยห้าสิบเยนเชียวนะ แค่ขึ้นราข้างนอกนิดๆไม่ได้เน่าซะหน่อย ตัดที่เสียทิ้งแล้วกินเข้าไปสิ!" แต่สมองฝ่ายวิทย์คณิตมันก็เถียงว่า "เฮ้ย!ตัดราทิ้งไปก็จริงแต่จะรู้ได้ไงว่ามันไม่มีสปอร์ติดอยู่ล่ะ?" หลังจากปล่อยให้สมองสองซีกโต้วาทีกันอยู่สักพัก สุดท้ายคุณปากกับลิ้นก็ยกมือเสนอความคิดว่า "ทำแยมกันเถอะ อยากกินแยม" ...อันเป็นวิธีแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี เพราะอะไรก็ตามถ้าต้มแล้วก็กินได้หมด (วิทยาศาสตร์โลกไหนเนี่ย) จึงกลายมาเป็นสูตรจากครัวประจำวันนี้ แยมสตรอเบอร์รี่ค่ะ

~แยมสตรอเบอร์รี่~

-ส่วมผสม-

สตรอเบอร์รี่

น้ำตาลทราย

-วิธีทำ-

1.หั่นสตรอเบอร์รี่แล้วสับพอเป็นชิ้นเล็กๆ

2. เทใส่หม้อ(หรือหม้อหุงข้าว) ใส่น้ำตาลลงไปแล้วคลุกให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำเพราะสักพักน้ำจะออกมาจากสตรอเบอร์รี่เอง

3.เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเริ่มหนืด ปิดไฟ เคี่่ยวต่อไปจนเย็น พอเย็นแล้วจะข้นเหมือนแยมเองค่ะ

-Trick-

สามารถใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลทรายได้ แต่ต้องผสมเจลาตินเข้าไปด้วยเพื่อทดแทนความหนืด น้ำตาลเทียมที่ใช้ควรเป้นน้ำตาลเทียมสำหรับทำอาหาร น้ำตาลที่โดนความร้อนมากไม่ได้อย่างอีควลใช้ไม่ได้นะคะ

ขอจบบล็อกประจำวันนี้แต่เพียงเท่านี้ค่ะ

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

เพลงประจำวัน: Escaflowne - Empty the Pocket
Niconico Douga ประจำวัน: sm1658323 【遊戯王GX】十代達は大変な雑談をしていきました
ขนมประจำวัน: ขนมปังทาแยม
อาหารที่ทานไปวันนี้: ปลากระป๋องสองตัว ไข่ต้ม แกงกะหรี่ ข้าว แอปเปิ้ลหนึ่งลูก ขนมปังทาแยม สิริรวมประมาณ 1200 กิโลแคล
คำพูดประจำวัน: "...ห่ะ สี่ทุ่มแล้ว...ยังไม่ได้ทำอะไรเลย..."